เปิดตัว Apple Watch นาฬิกาข้อมือไฮเทคสุดหรู จากแอปเปิล !!

Apple นับเป็นหนึ่งในผู้นำทางด้านเทคโนโลยีสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตซึ่งได้รับการจับตามองทุกครั้งที่มีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ แม้แต่แค่ข่าวลือก็ยังได้รับความสนใจจนบอกกันปากต่อปาก ล่าสุดคือการเปิดตัว iPhone 6 และ iPhone 6 Plus ที่มีข่าวลือก่อนหน้านานมากกว่า 6 เดือนก่อนเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ไม่เพียงเท่านั้น แอปเปิลยังได้สร้างความฮือฮาด้วยการเปิดตัวสินค้าใหม่ล่าสุดที่เป็น Wearable Device หรืออุปกรณ์ที่สามารถสวมใส่ได้ อย่าง Apple Watch นาฬิกาข้อมือไฮเทคสุดหรูหรา (Smart watch) ออกมาละลายทรัพย์เหล่าสาวกกันอีกครั้ง จะมีอะไรน่าสนใจบ้างนั้น ผมจะสรุปให้ดูกันคร่าวๆ ครับ

สำหรับ Apple Watch นั้นมีให้เลือกหลากหลายแบบครับ โดยแอปเปิลได้แบ่งออกเป็น 3 คอลเล็คชั่นด้วยกัน คือ

  • Apple Watch
    เป็นรุ่นปกติ วัสดุเป็นสแตนเลสคล้ายนาฬิกาทั่วไป ตัวเรือนสแตนเลสสตีล ขนาด 42 มม. พร้อมสายแบบ Milanese Loop, Leather Loop สีสโตน, Sport Band สีขาว และ Link Bracelet
  • Apple Watch Sport
    เป็นรุ่นที่เหมาะสำหรับการใช้งานแบบสปอร์ต หรือคนที่ชอบออกกำลังกาย วัสดุบางเบาและยืดหยุ่น ตัวเรือนอะลูมิเนียม สีเงิน มี 2 ขนาด คือ 38 มม. และ 42 มม. พร้อมสายแบบ Sport Band สีฟ้า สีชมพู สีขาว สีเขียว และสีดำ
  • Apple Watch Edition
    รุ่นที่หรูหรา ใช้ทองคำเป็นส่วนประกอบของสายและตัวบอดี้ ตัวเรือนทองคำ 18 กะรัต มี 2 สี ได้แก่ สีเยลโลว์โกลด์ และสีโรสโกลด์ มี 2 ขนาด คือ 38 มม. และ 42 มม. พร้อมสายแบบ Modern Buckle สีแดงสด และสีเทาโรสเกรย์, สาย Classic Buckle สีมิดไนท์บลู และสาย Sport Band สีขาวกับสีดำ

ตัวอย่างคอลเล็คชั่น Apple Watch

ตัวอย่างคอลเล็คชั่น Apple Watch Sport

ตัวอย่างคอลเล็คชั่น Apple Watch Edittion

จะเห็นว่า Apple Watch นั้นตัวเครื่องก็มีหน้าตาคล้ายกัน แต่จะแตกต่างตรงที่สามารถเลือกเปลี่ยนหรือใส่สายได้หลากหลายรูปแบบ ตามใจชอบของแต่ละคน

การสั่งงาน Apple Watch นั้นสามารถสั่งงานได้ผ่านการสัมผัสหน้าจอ และยังมี Digital Crown หรือ “เม็ดมะยม” เหมือนนาฬิกาทั่วไปอีกด้วย โดยเม็ดมะยมของ Apple Watch สามารถกดเพื่อกลับไปหน้าจอหลัก หรือใช้เลื่อนเพื่อดูข้อมูลแนวตั้งได้

นอกจากนี้ยังรองรับการสัมผัสหน้าจอแบบแรงๆ (Force Touch) เพื่อเรียกใช้งานเมนูอีกด้วย

ด้านหลังของตัวเครื่องจะมีเซนเซอร์ต่างๆ เช่นเดียวกับสมาร์ทโฟน รวมถึงเซนเซอร์การวัดอัตราการเต้นของหัวใจสำหรับใช้ในการเล่นกีฬาอีกด้วย

Apple Watch กันน้ำได้

Apple Watch รองรับการทำงานร่วมกับแอพใน iPhone

แน่นอนครับ ว่าสามารถใช้ระบบจ่ายเงิน Apple Pay ที่เพิ่งเปิดตัวไปล่าสุด ได้ด้วย

แท่นชาร์จของ Apple Watch (คล้ายแท่นชาร์จไร้สายของสมาร์ทโฟน)

ฟังก์ชั่นใน Apple Watch นั้นแน่นอนว่ามีความครบครันในตัวอยู่แล้ว โดยเฉพาะเมนูพื้นฐาน เช่น ปฏิทิน นาฬิกาจับเวลา แผนที่ เพลง นาฬิกานับเวลาถอยหลัง นาฬิกาปลุก นาฬิกาโลก สภาพอากาศ และอื่นๆ ลองมาดูฟังก์ชั่นแปลกใหม่ที่เพิ่มความพิเศษให้กับ Apple Watch กันดีกว่า

รีโมต – Apple Watch สามารถใช้เป็นรีโมตสั่งงานในการถ่ายภาพ ซึ่งสามารถแสดงผลภาพบนหน้าปัดได้เหมือนกำลังดูจากกล้อง iSight บนไอโฟนเลยทีเดียว นอกจากนี้ยังสามารถตั้งเวลาถ่ายได้อีกด้วย

รูปภาพ – Apple Watch สามารถแสดงผลรูปภาพได้ โดยสามารถซูมดูรูปหรือเลื่อนดูรูปอื่นๆ โดยการปัดหน้าจออย่างง่ายดาย

Passbook – ฟังก์ชั่นที่จะช่วยเก็บบอร์ดดิ้งพาส ตั๋ว บัตรสมาชิก บัตรส่วนลด และอื่นๆ ซึ่งจะคอยทำหน้าที่ในการแจ้งเตือนเมื่อมีบัตรที่คุณสามารถใช้กับร้านที่คุณกำลังใช้บริการอยู่ได้

หุ้น – ผู้ใช้สามารถดูราคาหุ้นตัวที่ต้องการได้ทันที รวมถึงการเปลี่ยนแปลงมูลค่าหุ้นตัวอื่นๆ และราคาตลาดในแต่ละวัน

การแจ้งเตือน – เนื่องจากการใส่นาฬิกานั้นทำให้ตัวเรือนนาฬิกาสัมผัสโดยตรงกับผิว Apple Watch จึงเพิ่มความพิเศษของระบบแจ้งเตือนให้คล้ายกับการสั่น โดยผู้ใช้จะรู้สึกเหมือนโดนสะกิดเบาๆ เช่น เมื่อมีข้อความส่งถึง เป็นต้น

Workout – เป็นระบบการทำงานที่เหมาะกับผู้ที่ชื่นชอบการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอโดยเฉพาะ โดย Apple Watch จะเรียนรู้รูปแบบการเคลื่อนไหวและการทำกิจกรรมของผู้ใช้ ไม่ใช่แค่การนับจำนวนก้าวที่เดิน แต่ยังสามารถวัดคุณภาพและความถี่ในการเคลื่อนไหวพร้อมให้คำแนะนำสำหรับฟิตเนสที่เหมาะสมในแต่ละวันอีกด้วย

สำหรับการเปิดตัว Apple Watch ในครั้งนี้ ยังไม่มีการวางจำหน่ายจริงครับ โดยบอกแต่ว่าจะมาในช่วงต้นปี 2015 และได้ตั้งราคาไว้เริ่มต้นที่ $349 หรือประมาณ 10,500 บาท

วีดิโอแนะนำ

ที่มา – Apple

แนะนำกระเป๋าผู้หญิง เป๊ะกับแฟชั่น นาฬิกา Apple ของคุณ ที่ Lazada เท่านั้น >> CLICK เลย


ส่งต่อเรื่องนี้ให้เพื่อน!

แสดงความคิดเห็น (FB)

Leave A Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.