รีวิว Oppo N1 : สมาร์ทโฟนจอใหญ่ กล้องชัด อัดฟีเจอร์มาเพียบ !!

กลับมาอีกครั้งครับกับการรีวิวสมาร์ทโฟน วันนี้ผมจะมารีวิวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุด ซึ่งเป็นรุ่น flagship ตัวใหญ่ส่งท้ายปี 2013 ของค่าย Oppo นั่นคือ Oppo N1 ครับ

ตัวเครื่องและการออกแบบ

Oppo N1 จัดว่าเป็นสมาร์ทโฟนที่เรียกได้เต็มปากว่า “จอใหญ่” ด้วยขนาดหน้าจอที่ 5.9 นิ้ว ความละเอียด Full HD สเปคก็จัดมาเต็มพอสมควรครับ ด้วยซีพียูระดับ Quad Core แรม 2 GB และกล้องถ่ายรูปความละเอียด 13 ล้านพิกเซล ขับเคลื่อนด้วยระบบปฏิบัติการ Color OS (มันคือ Android 4.2.2 ที่ Oppo เอามาพัฒนาต่อ)

สเปค Oppo N1

  • หน้าจอขนาด 5.9 นิ้ว Full HD
  • ซีพียู Quad Core 1.7 GHz Snapdragon 600
  • แรม 2 GB
  • ความจุภายใน 16/32 GB
  • กล้องถ่ายรูปความละเอียด 13 ล้านพิกเซล (หน้าและหลัง)
  • ระบบปฏิบัติการ Color OS (Android 4.2.2)
  • แบตเตอร์รี่ 3610 mAh
  • ขนาด 170.7 x 82.6 x 9 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก : 213 กรัม

สำหรับการออกแบบตัวเครื่องนั้น Oppo N1 ได้ถูกออกแบบมาตามแนวคิด line body design ให้ตัวเครื่องดูเพียวบาง กับลายเส้นจากแผ่นอลูมิเนียมที่ประกอบเข้ากับตัวบอดี้ (วัสดุบอดี้เป็นพลาสติก) ทำให้รอบๆ เครื่องดูมีชีวิตชีวา แข็งแรงและทนทานต่อแรงกระแทกอีกด้วยครับ

สำหรับขอบด้านขวาของตัวเครื่องนั้น จะมีทั้งปุ่ม Power และปุ่มเพิ่ม/ลดเสียง อยู่ครับ

ด้านซ้ายจะมีช่องสำหรับถาดใส่ซิม (ไมโครซิม)

ส่วนด้านล่างก็จะเป็น ช่องสำหรับเสียบหูฟังขนาดมาตรฐาน พร้อมช่อง Micro USB และลำโพงนอก

ฝาหลังมีโลโก้ Oppo สีเงินสะท้อนแสงอยู่

ส่วนของกล้องจะมีแฟลชและเลนส์กล้องความละเอียด 13 ล้านพิกเซล ซึ่งตรงกล้องถ่ายรูปนี้ถือเป็นไฮไลท์จุดสำคัญของ Oppo N1 เดี๋ยวผมจะกล่าวในข้อถัดไปต่อครับ

ด้านล่างตรงปุ่มควบคุมก็จะเป็นปุ่มแบบสัมผัสบนหน้าจอ เหมือนสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ทั่วไปครับ

กล้องคมชัดและหมุนได้ !

อย่างที่ผมได้เกริ่นไว้คร่าวๆ ครับ ว่าเรื่องกล้องถ่ายรูปนั้น ถือเป็นหนึ่งในจุดเด่นของ Oppo N1 ซึ่งนอกจากจะมาพร้อมเลนส์ท่มีความละเอียดสูงถึง 13 ล้านพิกเซลแล้ว (ทาง Oppo เรียกว่า N-Lens) กล้องของ N1 ยังสามารถ “หมุน” ตามแนวแกน x ได้อีกด้วย ซึ่งถ้าใครสังเกตมาตั้งแต่ตอนตอนต้นจะเห็นว่า Oppo N1 ไม่มีกล้องหน้า ก็เพราะกล้องหลังมันสามารถหมุนสลับมาไว้ข้างหน้าได้นั่นเอง

กล้องของ N1 นั้นสามารถหมุนเป็นมุมกว้างได้ถึง 206 องศา ซึ่งมีสโลแกนที่ใช้ในการโฆษณาว่า “206 องศา หยุดกล้องได้ตามใจสั่ง”

ลักษณะการจับกล้องของ N1 หมุนครับ (ทำภาพเคลื่อนไหวเป็น gif เลยมีความละเอียดต่ำไปหน่อยครับ) สามารถจับหมุนและหยุดตรงจุดใดก็ได้ (ใน 206 องศา)

ด้วยความสามารถในการปรับองศาการหมุนของกล้องได้นั้น ทำให้เราประยุกต์มาใช้ในการถ่ายภาพสถานการณ์จริงได้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายภาพมุมสูงๆ โดยไม่ต้องเงิยหน้าขึ้นไปมากๆ หรือถ้าแบบด้านมืดหน่อย ก็สามารถใช้แอบถ่ายโดยไม่ให้คนถูกถ่ายรู้ตัวก็ได้

ยกตัวอย่าง ทำทีเป็นก้มหน้าเล่นโทรศัพท์ตามปกติ แต่แท้จริงแล้วกำลังแอบถ่ายกลุ่มคนที่อยู่ตรงหน้า :P

O-Touch สั่งการได้จากฝาหลังของตัวเครื่อง !

สำหรับสมาร์ทโฟนที่มีหน้าจอใหญ่ๆ มักหนีไม่พ้นปัญหาที่ไม่สามารถควบคุมหรือสั่งการหน้าจอได้ด้วยมือเดียวแน่ๆ แต่ Oppo N1 มีฟีเจอร์หนึ่งที่จะทำให้คุณสามารถสั่งการหรือใช้งานหลายๆ อย่าง ได้ผ่าน “ฝาหลัง” เรียกว่า “O-Touch

ส่วนของฝาหลังที่สัมผัสได้นั้น จะเป็นพื้นฐานขนาดประมาณ 3 x 3 ซ.ม. ครับ ถ้าใช้มือจับตัวเครื่องจะอยู่บริเวณนิ้วชี้พอดี

ตรงพื้นที่ของ O-Touch จะมีเส้นประสีเทาๆ บอกอยู่ ดูผ่านๆ อาจไม่สังเกตเห็น ผมเลยขออนุญาตเอาภาพมาซูมและปรับโทนสีให้ผู้อ่านได้เห็นพื้นที่ของ O-Touch กันครับ

ลักษณะการใช้งาน O-Touch นั้น ก็จะประมาณนี้ครับ (ภาพ gif)

สำหรับการใช้งาน O-Touch นั้นเราสามารถสั่งให้ควบคุมการทำงานได้หลายอย่างครับ เช่น

  • เลื่อนขึ้น-ลง เพื่อเลื่อนหน้าจอที่เป็นลักษณะ Scroll เช่น เป็นหน้าเว็บที่มีขนาดยาวลงมา
  • กดค้างเพื่อถ่ายรูป ช่วยให้ไม่ต้องพยายามเอื้อมนิ้วอื่นมาที่หน้าจอ
  • กดค้างเพื่อใช้ฟังก์ชั่นอัดเสียงในแอพ Facebook Chat, LINE และ WeChat
  • กด 1 ครั้งเพื่อเปิดกล้องถ่ายรูปในหน้า Timeline
  • กดเพื่อสั่งเล่น/หยุด ตัวเล่นเพลง

รีโมตควบคุมแบบไร้สายด้วย O-Click

นอกจากตัวเครื่องแล้ว Oppo N1 ยังมาพร้อมกับอุปกรณ์เสริมอีกตัวนึง ที่เรียกว่า O-Click ที่มีลักษณะคล้ายๆ เหรียญหรือพวงกุญแจ ภายในมีถ่านเชื่อมต่อกับตัว N1 ด้วยสัญญาณบลูทูธ

เราสามารถใช้ตัว O-Click นี้ในการสั่งให้ Oppo N1 ถ่ายรูปได้ระยะไกลสูงสุด 8 เมตร ทำให้สามารถวางโทรศัพท์ไว้ และครีทเอทภาพถ่ายในมุมแปลกๆ ได้หลากหลายรูปแบบ

อีกทั้งยังใช้เป็นตัวช่วยในการค้นหามือถือเวลาหายภายในบ้าน (จำไม่ได้ ไม่รู้ไปวางไว้ตรงไหน) เพียงกดที่ปุ่ม O-Click เพื่อให้ตัว N1 ส่งเสียงร้อง หรือจะตั้งเป็นโหมดป้องกันมือถือหายได้อีกด้วย โดยหากตัว O-Click และ N1 ห่างกันเกิน 15 เมตร จะทำการส่งเสียงร้องแจ้งเตือนทันที

ขับเคลื่อนด้วยระบบปฏิบัติการ Color OS

ดูในส่วนของฮาร์ดแวร์กันไปแล้ว ต่อไปมาดูที่ซอฟท์แวร์ภายในกันบ้างครับ …หลายคนได้เห็นชื่อระบบปฏิบัติการของ Oppo N1 ครั้งแรกที่ชื่อ Color OS แล้วอาจจะแปลกใจ ว่าเป็นระบบปฏิบัติการอะไร ซึ่งแท้จริงแล้วระบบปฏิบัติการตัวนี้ก็คือระบบปฏิบัติการ Android มาตรฐานทั่วไปจากกูเกิล (พื้นฐานจาก Android 4.2.2) ที่ทาง Oppo นำมาปรับแต่งและเพิ่มฟีเจอร์ที่น่าสนใจหลายๆ ส่วนเข้ามา

 

จะเห็นว่าหน้าตาของ Color OS นั้นไม่แตกต่างไปจากตัวระบบปฏิบัติการ Android เลยครับ ทั้งหน้า Home Screen, App Drawer และหน้า Settings

 

ตลอดจนบริการต่างๆ ของกูเกิล (Google Services) ก็มีครบครับ ไม่ว่าจะเป็น Gmail, Google+, Youtue, Google Now และ Google Play เป็นต้น

 

ในส่วนที่ Oppo เพิ่มเข้ามาให้นั้นก็จะมีเครื่องมือเล็กๆ น้อยๆ อย่างเช่น แอพสำหรับจัดการพลังงาน, แอพไฟฉาย, แอพสแกนกันไวรัส และอื่นๆ เป็นต้น

 

แอพน่าสนใจที่ทาง Oppo แถมมาให้คือ แอพสำหรับควบคุมปริการการใช้ data ครับ สำหรับคนที่ใช้แพ็คเกจอินเทอร์เน็ตแบบจำกัด data สามารถใช้แอพนี้ช่วยวางแผนและควบคุมได้ง่ายๆ เลย

 

ในส่วนของแอพกล้องถ่ายรูป ก็มีหน้าตาเรียบๆ ทั่วไปครับ มีทั้งโหมดปกติ, HDR, Panorama, Beautify สำหรับแต่งให้หน้าเนียนสวย

 

และโหมดแบบ Slow Shutter ช่วยให้ถ่ายภาพแสงโดยเปิดหน้ากล้องไว้นานๆ ได้

ตัวอย่างภาพจากโหมด Slow Shutter (ภาพประกอบจากเว็บ Oppo)

ในส่วนของการใช้งานทั่วไปก็ไม่มีปัญหาครับ เล่นเว็บไซต์ เล่นโซเชี่ยลต่างๆ ได้ไหลลื่นพอสมควร

ดูวีดิโอหรือ Youtube ได้แบบเต็มตาด้วยจอ Full HD

สั่งการได้ด้วยนิ้ว !! (Fingers gesture)

อีกฟีเจอร์ที่หน้าสนใจของ Oppo N1 คือ สามารถสั่งการมือถือให้ทำงานหรือเปิดแอพต่างๆ ขึ้นมาแบบด่วนๆ ยกตัวอย่างเช่น

  • ลากสองนิ้วขึ้น-ลง เพื่อปรับระดับเสียง (ได้ทุกหน้าจอ)
  • ลากสามนิ้วลง เพื่อ Capture รูปภาพหน้าจอ
  • จีบนิ้วเพื่อเปิดกล้องถ่ายรูป

 

นอกจากนั้นยังมี Hand Gesture Board สำหรับวาดสัญลักษณ์คำสั่งต่างๆ เพื่อเข้าถึงฟังก์ชั่นที่เลือกไว้ได้อีกด้วยครับ

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องของ Oppo N1

ช่วงท้ายของการรีวิว ขอปิดด้วยตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องของ Oppo N1 ครับ เป็นภาพที่ถ่ายด้วยแอพกล้องปกติ ไม่ได้ใส่เอ็ฟเฟ็กหรือแต่งรูปใดๆ

สรุป

Oppo N1 เป็นสมาร์ทโฟนในระดับ flagship สูงสุดของ Oppo ณ ตอนนี้ ทั้งเรื่องของสเปคที่จัดมาให้เต็ม หน้าจอใหญ่สะใจ พร้อมด้วยฟีเจอร์เสริมอื่นๆ อย่างกล้องที่คมชัดและหมุนได้ การสั่งงานผ่านฝาหลัง (O-Touch) และรีโมต (O-Click) อีกทั้งยังขับเคลื่อนด้วยระบบปฏิบัติการ Android ที่ได้รับการปรับแต่งมาเป็นพิเศษในชื่อ Color OS สามารถใช้งานและตอบโจทย์ความเป็นสมาร์ทโฟนได้อย่างสมบูรณ์แบบเลยทีเดียว

ปัจจุบัน Oppo N1 เริ่มมีการวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทยแล้ว ที่ราคา 19,990 บาท ใครสนใจก็ลองไปทดสอบเล่นเครื่องจริงตาม Shop ของ Oppo หรือร้านขายมือถือทั่วไปได้เลยครับ


ส่งต่อเรื่องนี้ซิ !! เผื่อจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ ของคุณ :

แสดงความคิดเห็น (FB)